ขอบรรพชาอุปสมบท คำขานนาค แบบอุกาสะ
Pabbajjā · Upasampadā

ขอบรรพชาอุปสมบท

คำขานนาค แบบอุกาสะ · ๑๑ ตอน
The Thai ordination request · Ukāsa form
วิธีท่อง — อ่านให้ชัดถูกอักขระก่อน แล้วจึงท่องจำ · ท่องออกเสียง อย่าท่องในใจ · ท่องเฉพาะบทตัวใหญ่ ส่วนข้อความตัวเล็กสีจางคือคำอธิบายพิธี ไม่ต้องท่อง · กด 🔊 เสียงอ่านนำ เพื่อฟังทีละตอน
วันทาสีมา – วันทาพระประธาน
ยืนหน้าสีมา หลังเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ ๓ รอบ
อุกาสะ วันทามิ ภันเต,
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
(นั่งลงว่า)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
(กราบ ๑ ครั้ง แล้วว่า)
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง,
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
(กราบ ๑ ครั้ง แล้วยืนขึ้นว่า)
วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ
(นั่งลง กราบ ๓ ครั้ง · เข้าในอุโบสถแล้ววันทาพระประธานด้วยบทเดียวกันนี้)
ความหมาย
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอโอกาส ขอกราบไหว้ · ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงแก่ข้าพเจ้า · บุญที่ข้าพเจ้าทำแล้ว ขอท่านผู้เป็นเจ้าของจงอนุโมทนา · บุญที่ท่านทำแล้ว ขอจงให้แก่ข้าพเจ้า · ข้าพเจ้าขออนุโมทนา สาธุ สาธุ
ทะวารัตตะเยนะ กะตัง — โทษที่ข้าพเจ้าทำไว้ทางทวารทั้ง ๓ (กาย วาจา ใจ)
คำขอบรรพชา
ถวายผ้าไตรแด่พระอุปัชฌาย์ · ยืนประนมมือ ก้มตัวเล็กน้อย
อุกาสะ วันทามิ ภันเต,
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
อุกาสะ การุญญัง กัตวา (กัต-ตะ-วา) ปัพพัชชัง เทถะ เม ภันเต,
(นั่งคุกเข่าประนมมือว่า)
อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ,
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ,
สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ นิพพานะ
สัจฉิกะระณัตถายะ อิมัง กาสาวัง คะเหตวา (คะ-เหต-ตะ-วา)
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อนุกัมปัง อุปาทายะ
(ว่า ๓ ครั้ง · พระอุปัชฌาย์รับผ้าไตร แล้วว่าต่อไป)
สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ นิพพานะ
สัจฉิกะระณัตถายะ เอตัง กาสาวัง ทัตวา (ทัต-ตะ-วา)
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อนุกัมปัง อุปาทายะ
(ว่า ๓ ครั้ง จบแล้วกราบ ๓ ครั้ง)
ความหมาย
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านได้โปรดอาศัยความกรุณา ให้การบรรพชาแก่ข้าพเจ้า · ข้าพเจ้าขอบรรพชา (ครั้งที่ ๒ · ครั้งที่ ๓) · ขอท่านโปรดรับผ้ากาสาวะนี้ แล้วให้ข้าพเจ้าบรรพชา เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน อันเป็นที่สลัดออกจากทุกข์ทั้งปวง เพราะอาศัยความอนุเคราะห์ · บทหลัง (เอตัง … ทัตวา) — ขอท่านโปรดให้ผ้ากาสาวะนั้น แล้วให้ข้าพเจ้าบรรพชา …
ตจปัญจกกัมมัฏฐาน — รับกัมมัฏฐาน ๕
นั่งพับเพียบประนมมือ ฟังโอวาท แล้วว่าตามพระอุปัชฌาย์
(อนุโลม)
เกสา, โลมา, นะขา, ทันตา, ตะโจ,
(ปฏิโลม)
ตะโจ, ทันตา, นะขา, โลมา, เกสา,
ความหมาย
ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง — กัมมัฏฐานมีหนังเป็นที่ ๕ ที่พระอุปัชฌาย์สอนให้พิจารณาทั้งโดยลำดับ (อนุโลม) และย้อนกลับ (ปฏิโลม) ให้เห็นความไม่งาม ไม่เที่ยงของกาย เป็นอุบายสงบระงับจิตใจ · จากนั้นพระอุปัชฌาย์สวมอังสะให้ แล้วออกไปครองผ้ากาสาวะ
คำขอสรณะและศีล
ถวายเครื่องสักการะพระอาจารย์ กราบ ๓ ครั้ง ยืนประนมมือ
อุกาสะ วันทามิ ภันเต,
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
อุกาสะ การุญญัง กัตวา (กัต-ตะ-วา) ติสะระเณนะ สะหะ สีลานิ เทถะ เม ภันเต,
(นั่งคุกเข่าประนมมือว่า)
อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ความหมาย
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านได้โปรดอาศัยความกรุณา ให้ไตรสรณคมน์พร้อมทั้งศีลแก่ข้าพเจ้า · ข้าพเจ้าขอสรณะและศีล (ครั้งที่ ๒ · ครั้งที่ ๓)
นมัสการ & รับไตรสรณคมน์
พระอาจารย์กล่าวนำ นาคว่าตาม
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
(ว่า ๓ ครั้ง)
พระอาจารย์กล่าวนาครับ
เอวัง วะเทหิอามะ ภันเต
(หรือพระอาจารย์ว่า ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ · แล้วให้สรณคมน์ นาคว่าตาม)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตังอามะ ภันเต
ความหมาย
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง · เอวัง วะเทหิ — จงว่าอย่างนี้ · อามะ ภันเต — ขอรับ/อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ · ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง (แม้ครั้งที่ ๒ · ครั้งที่ ๓) · ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง — การถึงสรณะ ๓ จบเพียงนี้
สมาทานสิกขาบท ๑๐ (ศีลสามเณร)
พระอาจารย์ให้ศีล นาคว่าตามทีละข้อ
ปาณาติปาตา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมาทัฏฐานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
วิกาละโภชะนา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มาลา คันธะ วิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ (มัณ-ดะ-นะ) วิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ชาตะ รูปะ ระชะตะ ปฏิคคะหะณา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ
(ว่า ๓ ครั้ง · กราบ ๓ ครั้ง แล้วยืนประนมมือว่า)
วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
(นั่งคุกเข่ากราบ ๓ ครั้ง)
ความหมาย
ข้าพเจ้าสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเครื่องเว้นจาก — ๑ การฆ่าสัตว์ · ๒ การลักทรัพย์ · ๓ การประพฤติผิดพรหมจรรย์ · ๔ การพูดเท็จ · ๕ การดื่มสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท · ๖ การบริโภคอาหารในเวลาวิกาล · ๗ การฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล · ๘ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ และตกแต่งประดับประดา · ๙ การนั่งนอนบนที่นอนสูงใหญ่ · ๑๐ การรับทองและเงิน · อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ — ข้าพเจ้าสมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการเหล่านี้
คำขอนิสัย — ขอให้เป็นพระอุปัชฌาย์
รับบาตร ถวายดอกไม้ธูปเทียนพระอุปัชฌาย์ กราบ ๓ ครั้ง ยืนประนมมือ
อุกาสะ วันทามิ ภันเต,
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
อุกาสะ การุญญัง กัตวา (กัต-ตะ-วา) นิสสะยัง เทถะ เม ภันเต,
(นั่งคุกเข่าประนมมือว่า)
อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ,
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ,
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ.
พระอุปัชฌาย์กล่าวนาครับ
ปะฏิรูปังอุกาสะ สัมปะฏิจฉามิ
โอปายิกังสัมปะฏิจฉามิ
ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิสัมปะฏิจฉามิ
อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร,
อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร
(ว่า ๓ ครั้ง จบแล้วกราบ ๓ ครั้ง ยืนประนมมือว่า)
วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,
(นั่งคุกเข่ากราบ ๓ ครั้ง)
ความหมาย
ขอท่านได้โปรดอาศัยความกรุณา ให้นิสัยแก่ข้าพเจ้า · ข้าพเจ้าขอนิสัย (๓ ครั้ง) · ขอท่านจงเป็นอุปัชฌาย์ของข้าพเจ้า · พระอุปัชฌาย์ว่า ปะฏิรูปัง (สมควร) · โอปายิกัง (ชอบแก่อุบาย) · ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ (จงยังข้อปฏิบัติให้ถึงพร้อมด้วยอาการอันน่าเลื่อมใส) — นาครับว่า สัมปะฏิจฉามิ ข้าพเจ้ารับ · อัชชะตัคเคทานิ … — ตั้งแต่วันนี้ไป พระเถระเป็นภาระของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เป็นภาระของพระเถระ
รับชื่อ & บอกบาตรและจีวร
พระอุปัชฌาย์ตั้งฉายา บอกชื่ออุปัชฌาย์ แล้วบอกบริขาร — รับว่า อามะ ภันเต ทุกครั้ง
คำบอกคำรับ
อะยันเต ปัตโตอามะ ภันเต
อะยัง สังฆาฏิอามะ ภันเต
อะยัง อุตตะราสังโคอามะ ภันเต
อะยัง อันตะระวาสะโกอามะ ภันเต
(เอาบาตรคล้องตัวนาค แล้วบอกให้ออกไปข้างนอกว่า)
คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ
(ถอยหลังออก พ้นเขตสงฆ์แล้วลุกเดินประนมมือไปยืนที่ผนังอุโบสถ หันหน้าเข้าหาพระประธาน · อย่าเหยียบพรมที่ปูไว้)
ความหมาย
นี้บาตรของเธอ · นี้ผ้าสังฆาฏิ (ผ้าพาดซ้อน) · นี้ผ้าอุตตราสงค์ (ผ้าห่ม/จีวร) · นี้ผ้าอันตรวาสก (ผ้านุ่ง/สบง) — อามะ ภันเต: ขอรับ ท่านผู้เจริญ · คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ — จงไปยืน ณ โอกาสโน้น
ตอบอันตรายิกธรรม
พระคู่สวด (กรรมวาจาจารย์ · อนุสาวนาจารย์) ออกมาถาม — นาคตอบ
พระคู่สวด ถามนาค ตอบ
กุฏฐังนัตถิ ภันเต
คัณโฑนัตถิ ภันเต
กิลาโสนัตถิ ภันเต
โสโสนัตถิ ภันเต
อะปะมาโรนัตถิ ภันเต
มนุสโสสิอามะ ภันเต
ปุริโสสิอามะ ภันเต
ภุชิสโสสิอามะ ภันเต
อะนะโณสิอามะ ภันเต
นะสิ ราชะภะโฏอามะ ภันเต
อะนุญญาโตสิ มาตาปิตูหิอามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิอามะ ภันเต
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรังอามะ ภันเต
กินนาโมสิอะหัง ภันเต (ฉายา) นามะ
โก นามะ เต อุปัชฌาโยอุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา (ชื่อพระอุปัชฌาย์) นามะ
ความหมาย
เป็นโรคเรื้อนไหม · ฝีไหม · กลากไหม · มองคร่อ (ไอเรื้อรัง) ไหม · ลมบ้าหมูไหม — นัตถิ ภันเต: ไม่มี ท่านผู้เจริญ · เป็นมนุษย์หรือ · เป็นชายหรือ · เป็นไท (ไม่ใช่ทาส) หรือ · ไม่มีหนี้หรือ · ไม่ใช่ข้าราชการหรือ · มารดาบิดาอนุญาตแล้วหรือ · อายุครบ ๒๐ ปีหรือ · บาตรจีวรครบหรือ — อามะ ภันเต: ขอรับ · กินนาโมสิ เธอชื่ออะไร — ข้าพเจ้าชื่อ (ฉายา) · โก นามะ เต อุปัชฌาโย อุปัชฌาย์ของเธอชื่ออะไร — อุปัชฌาย์ของข้าพเจ้าชื่อท่าน (…)
๑๐
คำขออุปสมบท
เข้ามานั่งระหว่างพระสงฆ์คู่สุดท้าย กราบ ๓ ครั้ง แล้วเปล่งวาจา
สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
(กราบ ๓ ครั้ง เดินเข่าเข้าใกล้พระอุปัชฌาย์ · ตอบอันตรายิกธรรมอีกครั้งท่ามกลางสงฆ์ · พระคู่สวดสวดญัตติจตุตถกรรมวาจาจนจบ · ฟังอนุศาสน์แล้วรับว่า อามะ ภันเต)
ความหมาย
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขออุปสมบทกะสงฆ์ · ขอสงฆ์จงยกข้าพเจ้าขึ้น (จากภาวะสามเณรสู่ความเป็นภิกษุ) เพราะอาศัยความอนุเคราะห์ · (ครั้งที่ ๒ · ครั้งที่ ๓)

บทให้พร · ยะถา–สัพพี

ต้นฉบับให้ท่องจำไว้ก่อนบวช · เมื่อพระสงฆ์ขึ้น ยะถา ให้เริ่มกรวดน้ำ · ขึ้น สัพพี เทน้ำให้หมดแล้วประนมมือฟัง
ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
อิจฉิตัง ปัฏฐิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา
มะณิ โชติระโส ยะถา ฯ
สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ
มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ฯ
ความหมาย
ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่ภพนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วฉันนั้น · ขออิฐผลที่ท่านปรารถนาตั้งใจแล้ว จงสำเร็จโดยฉับพลัน · ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่ เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ และดุจแก้วมณีอันสว่างไสว

ขอความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป โรคทั้งปวงของท่านจงหาย อันตรายอย่าได้มีแก่ท่าน ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืน · ธรรม ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์

ลำดับพิธีบรรพชาอุปสมบท

แบบ อุกาสะ — ขอบรรพชาเป็นสามเณรก่อน แล้วจึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในคราวเดียวกัน

เวียนประทักษิณ · วันทาสีมา
โกนผม นุ่งห่มเรียบร้อย ถือดอกไม้ธูปเทียนเดินเวียนขวารอบอุโบสถ ๓ รอบ (ระลึกพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) ด้วยตนเอง แล้ววันทาสีมา และวันทาพระประธาน
ถวายผ้าไตร · ขอบรรพชา
รับผ้าไตรจากบิดามารดา กราบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง เดินเข่าเข้าหาพระอุปัชฌาย์ ถวายผ้าไตรและเครื่องสักการะ แล้วเปล่งวาจาขอบรรพชา
รับกัมมัฏฐาน · ครองผ้า
ฟังโอวาท รับตจปัญจกกัมมัฏฐาน พระอุปัชฌาย์สวมอังสะให้ แล้วออกไปครองผ้ากาสาวะ
ขอสรณะและศีล · เป็นสามเณร
ถวายสักการะพระอาจารย์ ขอและรับไตรสรณคมน์กับศีล ๑๐
ขอนิสัย · บอกบาตรจีวร
ขอให้พระอุปัชฌาย์รับเป็นผู้ปกครอง รับฉายา รับการบอกบริขาร แล้วออกไปยืนนอกเขตสงฆ์
ตอบอันตรายิกธรรม · ขออุปสมบท
ตอบคำถามพระคู่สวด เข้าท่ามกลางสงฆ์ ขออุปสมบท สงฆ์สวดญัตติจตุตถกรรมวาจา — จบแล้วเป็นพระภิกษุ
ฟังอนุศาสน์ · กรวดน้ำ
รับว่า อามะ ภันเต ถวายสักการะพระอนุสาวนาจารย์ กรวดน้ำเมื่อพระสงฆ์อนุโมทนา (ยะถา–สัพพี) กราบพระประธานพร้อมพระสงฆ์ แล้วออกไปรับจตุปัจจัยไทยทาน
พิธีขอบรรพชาอุปสมบท (แบบอุกาสะ)
ที่มา · คู่มือบรรพชาอุปสมบท วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อ.เมือง จ.แพร่
พิมพ์เผยแผ่โดย พระครูวิจิตรปริยัตยาทร (พระครูตี๋) — 📄 ต้นฉบับ PDF (โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา)
ความหมายภาษาไทยและลำดับพิธีเรียบเรียงโดยสังเขปเพื่อความเข้าใจ · ข้อความบาลียึดตามต้นฉบับ (ปรับวรรคตอนเล็กน้อย · แก้คำที่น่าจะพิมพ์ผิด ๒ แห่ง: ระชะภะโฏ → ราชะภะโฏ, ปะริปุณณัเต → ปะริปุณณันเต) · ควรตรวจทานกับพระอุปัชฌาย์ของวัดที่จะบวช เพราะแต่ละวัดอาจต่างกันเล็กน้อย
เสียงอ่านนำ · Paxa TTS (Paxa Labs)
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ” — การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง
🎙
เสียงอ่านนำ
เสียงสังเคราะห์ th‑TH‑NiwatNeural · อ่านนำทีละบท