📜 บทความ

ความเรียงว่าด้วยธรรม อมตธาตุ พระรัตนตรัย 🔬 อะตอม·จิตหนึ่ง 🪷 จิตคือพุทธะ ☸️ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 🔄 อริยสัจ ๔ · สังสารวัฏ 🌌 แสนโกฏิจักรวาล 🕰️ Timeline 🧠 Second Brain สารบัญ
ปฐมเทศนา · วันอาสาฬหบูชา

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
พระธรรมจักรที่ทรงหมุนเป็นครั้งแรก

พระปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนะ — ทางสายกลาง อริยสัจ ๔ และญาณ ๓ รอบ ๑๒ อาการ อันจบลงที่ดวงตาเห็นธรรมของโกณฑัญญะ

พระบาลีอักษรไทย (ฉบับสวดมนต์) พร้อมคำแปลโดยสังเขป · สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (SN 56.11) · ค้นฉบับแปลไทยที่ ๘๔๐๐๐.org
พระบาลีอยู่ในกรอบสีทอง · คำที่ ขีดเส้นใต้เส้นประ เชื่อมไปยังหน้าธรรมที่เกี่ยวข้องในคลังนี้ · บาลี–อังกฤษ ที่ SuttaCentral

ณ ป่าอิสิปตนะ แขวงเมืองพาราณสี

เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเย ฯ
ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ — สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ณ ที่นั้น พระองค์ตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์ (โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ) แล้วทรงแสดงปฐมเทศนา อันเป็นการ “หมุนพระธรรมจักร” ให้เป็นไปครั้งแรกในโลก — เหตุการณ์นี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ที่ชาวพุทธระลึกถึงในวันอาสาฬหบูชา

ที่สุดสองอย่างอันบรรพชิตไม่ควรเสพ

เทฺวเม ภิกฺขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา ฯ
โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค
หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ
โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค
ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ที่สุดสองอย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยค — การหมกมุ่นในกามสุข อันเป็นของต่ำทราม เป็นเรื่องของปุถุชน มิใช่ของอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ — และ อัตตกิลมถานุโยค — การทรมานตนให้ลำบากเปล่า อันเป็นทุกข์ มิใช่ของอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์เช่นกัน

ทางสายกลาง · อริยมรรคมีองค์ ๘

เอเต เต ภิกฺขะเว อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ
มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา
จักขุกะระณี ญาณะกะระณี
อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ เสยยะถีทัง ฯ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป
สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว
สัมมาวายาโม สัมมาสะติ สัมมาสะมาธิ ฯ

ตถาคตได้ตรัสรู้ ทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ที่ไม่เข้าใกล้ที่สุดทั้งสองนั้น เป็นข้อปฏิบัติที่ทำให้เกิดจักษุ เกิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน — ทางนั้นคือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ) สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) สัมมากัมมันตะ (การงานชอบ) สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) สัมมาวายามะ (เพียรชอบ) สัมมาสติ (ระลึกชอบ) และสัมมาสมาธิ (ตั้งใจมั่นชอบ)

อริยสัจ ๔

อิทัง โข ปะนะ ภิกฺขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง ฯ
ชาติปิ ทุกขา ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง
โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง
สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ฯ
อิทัง โข ปะนะ ภิกฺขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ฯ
ยายัง ตัณหา โปโนพภะวิกา นันทิราคะสะหะคะตา
ตัตระ ตัตราภินันทินี ฯ เสยยะถีทัง ฯ
กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา ฯ
อิทัง โข ปะนะ ภิกฺขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง ฯ
โย ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ
จาโค ปะฏินิสสัคโค มุตติ อะนาละโย ฯ
อิทัง โข ปะนะ ภิกฺขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ฯ
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ

ครั้นแล้วทรงแสดง อริยสัจ ๔ คือ (๑) ทุกข์ — ความเกิด ความแก่ ความตาย ความโศก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก การประสบสิ่งที่ชัง ความปรารถนาแล้วไม่ได้ ล้วนเป็นทุกข์ ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ · (๒) สมุทัย เหตุเกิดทุกข์ คือ ตัณหา อันทำให้เกิดภพใหม่ ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา · (๓) นิโรธ ความดับทุกข์ คือความดับตัณหานั้นโดยไม่เหลือ สละคืน ปล่อยวาง ไม่พัวพัน · (๔) มรรค ทางถึงความดับทุกข์ คืออริยมรรคมีองค์ ๘ นั่นเอง

ญาณ ๓ รอบ ๑๒ อาการ

อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกฺขะเว
ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ
วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ฯลฯ
เอวันติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง
ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง ฯ
ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ
อะกุปปา เม วิมุตติ
อะยะมันติมา ชาติ นัตถิทานิ ปุนัพภะโวติ ฯ

พระองค์ทรงหยั่งรู้อริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ๓ ชั้น คือ สัจจญาณ (รู้ว่านี่คือความจริง) กิจจญาณ (รู้กิจที่ควรทำ — ทุกข์ควรกำหนดรู้ สมุทัยควรละ นิโรธควรทำให้แจ้ง มรรคควรเจริญ) และ กตญาณ (รู้ว่าได้ทำกิจนั้นเสร็จแล้ว) เมื่อคูณด้วยอริยสัจ ๔ จึงเป็น “๓ รอบ ๑๒ อาการ” (ติปริวัฏฏ์ ทวาทศาการ) — ตราบใดที่ญาณทัสสนะตามความเป็นจริงนี้ยังไม่บริสุทธิ์หมดจด ตราบนั้นพระองค์ยังไม่ทรงปฏิญญาว่าตรัสรู้ แต่เมื่อบริสุทธิ์แล้ว จึงทรงทราบชัดว่า “ความหลุดพ้นของเราไม่กลับกำเริบ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ไม่มีภพใหม่อีก”

ธรรมจักษุเกิดขึ้น · หมื่นโลกธาตุสะเทือน

อิมัสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน
อายัสมะโต โกณฑัญญัสสะ
วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ
ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง
สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ ฯ
ปะวัตติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก
ภุมมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯลฯ
อะยัญจะ ทะสะสะหัสสี โลกะธาตุ
สังกัมปิ สัมปะกัมปิ สัมปะเวธิ ฯ
อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ ฯ

ขณะที่พระองค์ตรัสเวยยากรณ์นี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม (ธรรมจักษุ) อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านโกณฑัญญะ ว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา” — เมื่อพระธรรมจักรอันพระผู้มีพระภาคทรงให้เป็นไปแล้ว เหล่าภุมมเทวดาก็ป่าวประกาศสืบต่อกันขึ้นไปจนถึงพรหมโลก ทั้งหมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหวสะเทือนสะท้าน และแสงสว่างอันหาประมาณมิได้ก็ปรากฏขึ้นในโลก

“โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ”

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่าท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานด้วยพระโสมนัสว่า “โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ” เพราะพระอุทานนี้ ท่านโกณฑัญญะจึงได้นามว่า “อัญญาโกณฑัญญะ” ตั้งแต่นั้นมา — เป็นปฐมสาวกผู้รู้แจ้งธรรมเป็นคนแรก และเป็นอันว่าพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ในโลกเป็นครั้งแรกในวันนั้น

อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ
อัญญาสิ วต โภ โกณฑัญโญ ฯ“โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ๆ”

📚 อ่านประกอบจากพระไตรปิฎก

  1. สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุต ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร — ปฐมเทศนา ว่าด้วยทางสายกลาง อริยสัจ ๔ และการหมุนพระธรรมจักร · SN 56.11 (SuttaCentral) · ฉบับแปลไทย (๘๔๐๐๐.org)
  2. ปฐมเทศนานี้ปรากฏใน วินัยปิฎก มหาวรรค (ตอนปฐมโพธิกาล) ด้วย · นิยมสวดในวันอาสาฬหบูชา
หลักธรรมในพระสูตร อ่านเพิ่มในคลังนี้ — อริยสัจ ๔ · ทุกขอริยสัจ · อริยสัจ · มรรคมีองค์ ๘ · อุปาทานขันธ์ ๕ · ตัณหา · นิพพาน · ปฏิจจสมุปบาท · ธรรมจักษุ (ตาสว่าง)
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร · เสียงสวด
ที่มา: วิกิซอร์ซภาษาไทย / Wikimedia (สาธารณสมบัติ)
0:00