2
3
4
|
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ |
5
|
|
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป |
6
|
|
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ |
7
|
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ |
8
|
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
9
|
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
10
|
เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
11
|
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
12
|
เพราะภพเป็นปัจจัย
จึงมีชาติ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
12.1
|
เพราะชาติเป็นปัจจัย
จึงมีชรา อันวนเวียน เร่าร้อนเผาลน เพราะภพเป็นปัจจัย
จึงมีชาติ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
13
|
มรณะ
พรั่งพร้อมด้วย โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เพราะชาติเป็นปัจจัย
จึงมีชรา อันวนเวียน เร่าร้อนเผาลน เพราะภพเป็นปัจจัย
จึงมีชาติ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
14
|
อาสวะกิเลส
โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส มรณะ
พรั่งพร้อมด้วย โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เพราะชาติเป็นปัจจัย
จึงมีชรา อันวนเวียน เร่าร้อนเผาลน เพราะภพเป็นปัจจัย
จึงมีชาติ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |
15
|
นอนเนื่องอยู่ในจิต อาสวะกิเลส
โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส มรณะ
พรั่งพร้อมด้วย โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เพราะชาติเป็นปัจจัย
จึงมีชรา อันวนเวียน เร่าร้อนเผาลน เพราะภพเป็นปัจจัย
จึงมีชาติ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
จึงมีภพ เพราตัณหาเป็นปัจจัย
จึงมีอุปาทาน เพราะเวทนาเป็นปัจจัย
จึงมีตัณหา |
เพราะยังมี อาสวะกิเลส จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี
นาม-รูป เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย
จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา |