จำให้ขึ้นใจ เป็นธรรมชาติของชีวิต เมื่อเกิดการผัสสะกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม ย่อมต้องเกิดเวทนา และสังขารขันธ์ขึ้นทุกครั้งทุกทีเสมอไป เป็นธรรมดา (ที่ว่าไม่เกิดนั้นเพราะว่าบางทีเป็นเพียง อุเบกขาเวทนาอันเป็นกลางๆหรือเฉยๆ หรือเกิดสังขารขันธ์อารมณ์เป็นกลาง ซึ่งล้วนแสนแผ่วเบา จนเข้าใจว่าไม่มี) ทุกข์จึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มีสติรู้เท่าทันมันเป็นเช่นนี้เอง อย่าต่อต้าน อย่าฝืนความเป็นจริง
เวทนาทุกข์ เป็นทุกข์จากการผัสสะะ คือทุกข์ที่ต้องเกิดจากความรู้สึกที่ต้องรับรู้จากการกระทบผัสสะในอารมณ์(สิ่งที่จิตกำหนดนั้นๆ) เป็นทุกข์จากเหตุปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ
สังขารขันธ์ทุกข์ เป็นความรู้สึกหรืออารมณ์ทุกข์ทางใจ ที่เกิดจากสัญญาหมายรู้คือการคิดอ่านในอารมณ์(ครานี้หมายถึงสิ่งที่กระทบนั้นๆ) เป็นทุกข์ใจที่เกิดจากเหตุปัจจัยภายในเป็นสำคัญ
ขณะทำงาน trade เมื่อตากระทบข้อมูล ถ้าดีมักเกิดอารมณ์ตัณหาขึ้น ถ้าไม่ดีมักเกิดอารมณ์กังวลใจขึ้น เป็นธรรมดา ต้องสักว่า มันเป็นเช่นนี้เอง แล้วปล่อยวางคืออุเบกขา
เวทนา การเสวยอารมณ์ คือการรับรู้รสอารมณ์ ที่เกิดจากการผัสสะ ที่ย่อมพร้อมด้วยความรู้สึกที่เกิดร่วมด้วยต่อทั้งทางกายและใจ เป็นสุขเวทนา(สุขจาการผัสสะ) ทุกขเวทนา(ทุกข์จากการผัสสะ) อทุกขมสุขเวทนา(เฉยๆ เป็นกลางๆจากการผัสสะ)
ส่วนสังขารขันธ์ ความรู้สึกทางใจ จากการการปรุงแต่งขึ้นของสัญญาหมายรู้(ธัมสัญเจตนา)คือความจำได้หมายรู้จึงคิดอ่านในเวทนาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือเรียกว่า อารมณ์ทางโลก เช่น ทุกข์ใจ สุขใจ โทสะะ โมหะ โลภะ เป็นกลาง ฯ.
สุข ทุกข์ จากเวทนาและสังขารขันธ์ จึงมีความต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเป็นผลร่วมจากการเสวยอารมณ์จากการผัสสะะโดยตรงๆ ส่วนสังขารขันธ์เป็นความรู้สึกที่เกิดร่วมด้วยสัญญาความจำได้หมายรู้ต่างๆตามที่ได้สั่งสมอบรมไว้ ไปปรุงจิตให้เกิดความรู้สึกต่างๆนาๆ