สำรอง

ทุกคนย่อมเป็นไปตามการกระทำ(กรรม)  -  ยถากมฺมํ  คมิสฺสนฺติ  (อัยยิกาสูตร  ๑๕/๑๓๗)

ผู้มีความทุกข์นั่นแหละ  จึงมีความเพลิดเพลิน,    ผู้มีความเพลิดเพลินนั่นแหละ  จึงมีทุกข์  -  อฆชาตสฺส  เว  นนฺทิชาตสฺส  เว  อฆํ  (กกุธสูตร ๑๕/๗๘)

เมื่อกายสงบ  ย่อมพบความสุข     เมื่อมีความสุข  จิตย่อมตั้งมั่น  -  ปสฺสมฺกาโย  สุขํ  เวทยติ    สุขิโนจิตตัง  สมาธิยติ  (ปาฏลิยสูตร ๑๘/๓๘๑)

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น  ตั้งอยู่ และดับไป    นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด  และไม่มีอะไรดับ  -  ทกฺขเมว  ห  สมฺโภติ    ทุกขํ  ติฏฺฐติ  เวติ  จ    นาญฺญตฺร  ทุกฺขา  สมฺโภติ  นาญฺญตฺร  ทุกฺขา  นิรุชฺฌติ  (วชิราสูตรSC  ๑๕/๑๙๐)

สมถะและวิปัสสนานี้เธอเจริญให้ยิ่งขึ้นไปแล้ว   จักเป็นไปเพื่อแทงตลอดธาตุหลายประการ  -  อุตฺตรึ  ถาวิตา  สมโถ  จ  วิปสฺสนา  จ    อเนกธาตุปฏิเวธาย  สํวตฺติสฺสนฺติ  (มหาวัจฉโคตตสูตร ๑๓/๒๑๙)

 

 

 

 

 

ผู้ให้แสงสว่าง  ได้ชื่อว่าให้ดวงตา  -  ทีปโท  โหติ  จกฺขุโท  (กินททสูตร ๑๕/๔๒)

ผู้ไม่ระวังผัสสะทั้งหกแม้ประตูหนึ่ง  ย่อมประสพความทุกข์  -  ฉเฬว  ผสฺสายตนานิ  ภิกฺขเว    อสํวุโต  ยตฺถ  ทุกฺขํ  นิคจฺฉติ  (สังคัยหสูตร  ๑๘/๗๖)

ความเพลิดเพลินเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์  -  นนฺทิ  ทุกฺขสุสํ  มูลํ  (มูลลปริยายสูตร  ๑๒/๑๑)

 

อวิชชาเป็นหัวหน้าในการประกอบอกุศลธรรม  -  อวิชฺชา  ปุพฺพงฺคมา  อกุศลานํ  ธมฺมานํ  สมาปตฺติยา  (วิชชาสูตร ๒๕/๒๒๗)

 

ความไม่รู้(อวิชชา)เป็นมลทินที่สุดร้าย  -  อวิชฺชา  ปรมํ  มลํ  (มลสูตร ๒๓/๑๗๓)

 

ผู้ใดสำคัญตนว่าเราเสมอเขา  เราดีกว่าเขา    เราเลวกว่าเขา  ผู้นั้นจะต้องทะเลาะกับเขา  -  สโม  วิเสสี  อุทวา  นิหีโน    โย  มญฺญติ  โส  วิวเทถ  เตน  (สมิทธิสูตร ๑๕/๑๖)

 

ผู้ใด  ผูกใจเจ็บว่า  คนโน้นได้ด่าเรา    คนโน้นได้ตีเรา  คนโน้นได้ชนะเรา    คนโน้นได้ลักของๆเรา  ดังนี้  เวรก็ไม่มีทางระงับ  -  อกฺโกจฺฉิ  มํ  อวธิ  มํ    อชินิ  มํ  อหาสิ  เม    เย  จ  ตํ  อุปนยฺหนฺติ    เวรํ  เตสูปสมฺมติ  (อุปักกิเลสสูตร  ๑๔/๒๕๖)

จิตที่รักษาดีแล้ว  ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่  -  จิตฺตํ  รกฺขิตํ  มหโต  อตฺถาย  สํวตฺตติ  (เอกนิบาต  ๒๐/๗)

เมื่อบุคคลไม่รักษาจิต  แม้กายกรรม  วจีกรรม  และมโนกรรมก็เป็นอันไม่รักษา  -  จิตฺเต  อรกฺขิตา  กายกมฺมมฺปิ  อรกฺขิตํ  โหติ    วจีกมฺมมฺปิ  อรกฺขิตํ  โหติ  (กูฏสูตร  ๒๐/๒๙๓)

การฟังพระสัทธรรม(สัจจธรรม)เป็นของยาก  -  กิจฉํ  สทฺธมฺมสฺสวนํ  (ธรรมบท  ๒๕/๓๓)

 

ฌานไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา  ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน      ฌานและปัญญามีในผู้ใด  ผู้นั้นย่อมอยู่ใกล้นิพพาน  -  นตฺถิ  ฌานํ  อปญฺญสฺส     ปญฺญา  นตฺถิ  อฌายโต     ยมฺหิ  ฌานญฺจ    ส  เว นิพฺพานสนฺติเก  (ธรรมบท ๒๕/๕๔)

 

ผู้มีปัญญา อยู่ครองเรือน    เพื่อประโยชน์แก่หมู่ชน  -  พหูนํ  วต  อตฺถาย    สปฺปญฺโญ  ฆรมาวสํ  (สัปปุริสสูตร ๒๓/๒๑๙)

 

ความเจริญด้วยปัญญา  ยอดกว่าความเจริญทั้งปวง  -  เอตทคฺคํ  วุฑฺฒีนํ    ยทิทํ  ปญฺญาวุฑฒิ  (เอกนิบาต ๒๐/๑๔)

 

ภิกษุทั้งหลาย!  เรากล่าวว่า  สติ  มีประโยชน์ในที่ทั้งปวง  -  สติญฺจ  ขฺวาหํ  ภิกฺขเว  สพฺพตฺถิกํ  วทามิ  (อัคคิสูตร ๑๙/๑๕๗)

อย่ายอมตกอยู่ในอำนาจของจิต  -  มา  จิตฺตสฺส  วสํ  คมิ  (คุตตาเถรีคาถา  ๒๖/๔๖๖)

จิตมีธรรมชาติดิ้นรน  กวัดแกว่ง  รักษายาก  ห้ามยาก  -  ผนฺทนํ  จปลํ  จิตฺตํ  ทุรกฺขํ  ทุนฺนิวารยํ  (ธรรมบท  ๒๕/๑๗)

จิตนั้นเห็นได้แสนยาก  ละเอียดอ่อนยิ่งนัก  มักตกไปหาอารมณ์ที่ใคร่  -  สุทุทฺทสํ  สุนิปุณํ  ยตฺถ  กามนิปาตินํ  (ธรรมบท ๒๕/๑๗)

 

สิ่งทั้งหลาย  มีใจนำหน้า  -  มโนปุพฺพงฺคมา  ธมฺมา  (ธรรมบท  ๒ค/๑๓)

ปัญญาเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้  - โยคา  เว  ชายเต  ภูริ  -  (ธรรมบท ๒๕/๔๔)

เมื่อบุคคลใส่ใจโดยแยบคาย(โยนิโสมนสิการ)  กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น    และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว  ก็ย่อมจะเสื่อมไป  -  โยนิโส  มนสิกโรโต  อนุปฺปนฺนา  เจว  กุสลา  ธมฺมา  อุปฺปชฺชนฺติ  อุปฺปนฺนา  จ  อกุสลา  ธมฺมา  ปริหายนฺติ  (เอกนิบาต  ๒๐/๑๒)

ผู้แสวงหาที่ไม่ฉลาดในธรรม   ย่อมไม่เห็นแจ้งนิพพานที่อยู่ในตัว  -  สนฺติเก  น  วิชานนฺติ    มฺคคา  ธมฺมสฺส  อโกวิทา  (ปัคคัยหสูตร ๑๘/๑๔๒)

ไม่ควรใส่ใจคำแสลงหูของผู้อื่น  ไม่ควรแส่มองธุระที่เขาทำและยังไม่ทำ  ควรตั้งใจตรวจตราธุระของตนนี่แหละ  ทั้งที่ทำไปแล้วและที่ยังไม่ได้ทำ.  -  น  ปเรสํ  วิโลมานิ  น  ปเรสํ  กตากตํ    อตฺตโน  ว  อเวกฺเยยฺย  กตานิ  อกตานิ  จ  (ธรรมบท  ๒๕/๑๙)

ผู้มีปัญญาควรตามรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก  ละเอียดนัก  มักตกไปในอารมณ์ฝ่ายตํ่า  จิตที่ระวังรักษาดีแล้วนำความสุขมาให้  -  สุทุทฺเทสํ  สุนิปุนัง  ยตฺถ  กามนิปาตินํ  จิตฺตํ  รกฺเขถ  เมธาวี    จิตฺตํ  คุตุตํ  สุขาวหํ  (ธรรมบท ๒๕/๑๗)

โจรกับโจร  คนคู่เวรกัน  พบกันเข้า  พึงทำความพินาศให้กันเพียงใด    แต่จิตที่ตั้งไว้ผิด  ย่อมทำความพินาศยิ่งกว่านั้น  -  ทิโส  ทิสํ  ยนฺตํ  กยิรา    เวรี  วา  ปน  เวรินํ    มิจฺฉาปณิหิตํ  จิตฺตํ  ปาปิโย  นํ  ตโต กเร  (ธรรมบท ๒๕/๑๘)

ความเสื่อมปัญญาแห่งปัญญา  ชั่วร้ายที่สุดกว่าความเสื่อมทั้งปวง  -  เอตํ  ปฏิกิฏฺฐํ  ปริหานียํ  ยทิทํ  ปญฺญาปริหานิ  (เอกนิบาต๒๐/๑๔)

กำลังจิตจะรู้กันได้เมื่อยามมีอันตราย  -  อาปาทาสุ  ถาโม  เวทิตพุโพ  (ปฏิสัลลานสูตร  ๒๕/๑๕๐)

มิจฉาสมาธิ ย่อมเกิดแก่ผู้มีมิจฉาสติ,   สัมมาสมาธิ ย่อมบังเกิดแก่ผู้มีสัมมาสติ  -  มิจฺฉาสติสฺส  มิจฺฉาสมาธิ  ปโหติ    สมฺมาสติสฺส  สมฺมาสมาธิ  ปโหติ  (อวิชชาสูตร ๑๙/๑]

 

 

หลักการปฏิบัติแนวทางขันธ์๕  -  ๑.อันสุขเวทนาถูกต้อง(กระทบ)แล้ว  ย่อมไม่เพลิดเพลิน  ไม่พูดถึง  ไม่ดำรงอยู่ด้วยความติดใจ     ๒.อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว  ไม่เศร้าโศก  ไม่ลำบาก  ไม่ร่ำไห้  ไม่คร่ำครวญตีอกชกหัว  ไม่ถึงความหลง(โมหะ)    ๓.อันอทุกขมสุขเวทนาถูกต้องแล้ว  ย่อมทราบชัดความตั้งขึ้น  ความดับไป  คุณ  โทษ  และที่สลัดออกแห่งเวทนานั้น ตามความเป็นจริง

ปัญญาไม่เกิดแก่ผู้พิจารณา   นตฺ ปญฺญา อฌายโต   (ธรรมบท ๒๕/๕๔)

ในโลกนี้ ศีลเท่านั้นเป็นเลิศ  แต่ผู้มีปัญญาเป็นบุคคลสูงสุด  -  สีลเมวะ อิธ อคฺคํ ปญฺญวา ปน อุตฺตโม  (ปุณณเถรคาถา ๑๖/๒๖๔)

ธรรมชาติของจิตนั้นผุดผ่อง   แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสจรมา  -  ปภสฺสรมิทํ  ภิกฺขเว  จิตฺตํ  ตญฺจ  โข  อาคนฺตุเกหิ  อุปกฺกิเลเสหิ  อุปกฺกิลิฏฺฐํ (เอกนิบาต ๒๐/๙)