ตัวกูยังไม่ใช่ของกู แล้วสิ่งทั้งหลายทั้งปวงจะเป็นของกูได้อย่างไร
ไม่เชื่อก็มาลองพิจารณาดู
ตามหลักพระไตรลักษณ์ หรือกฏของธรรมชาติ กล่าวไว้ว่า
สังขารทั้งปวง ไม่เที่ยง
ธรรมทั้งปวงล้วนอนัตตา
เมื่อนำมาพิจารณาในขันธ์ ๕ หรือส่วนย่อยๆของตัวกูนั่นเอง จะพบความจริงอันยิ่งว่า
รูปขันธ์นี้ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา รูปจึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง คือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ มีสติรู้เท่าทันว่า มันเป็นเช่นนี้เอง
เวทนาไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เวทนาจึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง คือ การผัสสะกันอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน จนเกิดเวทนา มีสติรู้เท่าทันว่า มันเป็นเช่นนี้เอง
สัญญาไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา สัญญาจึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง คือ การผัสสะกันต่างๆในอดีตชาติ และสมองอันเป็นส่วนหนึ่งของรูปขันธ์เป็นที่เก็บสั่งสม มีสติรู้เท่าทันว่า มันเป็นเช่นนี้เอง
สังขารขันธ์ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา สังขารขันธ์จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง เกิดแต่การผัสสะกันของอายตนะต่างๆแล้วดำเนินไปจนเกิดสังขารขันธ์ มีสติรู้เท่าทันว่า มันเป็นเช่นนี้เอง
วิญญาณไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา วิญญาณจึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง เกิดขึ้น จากการที่อายตนะภายในกระทบอายตนะภายนอกภายนอก มีสติรู้เท่าทันว่า มันเป็นเช่นนี้เอง
ขันธ์ ๕ ของกู กูยังบังคับบัญชามันไม่ได้ ไม่อยู่ในอำนาจของกู มันจึงยังคงเกิดขึ้นและเป็นไปเช่นนั้นเองตามเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ไม่ได้หายไปไหนได้ กูจึงต้องมีหน้าที่แต่เพียงมีสติ รู้เท่าทันตามความเป็นจริง ว่ามันก็ยังคงเกิดมีของมันเช่นนี้เอง แต่โดยทั่วไปกูจะพยายามไม่ให้ทุกข์(สังขารขันธ์) หรือไม่ให้เกิดความรู้สึกเป็นทุกข์เมือมันกระทบเกิดขี้น(เวทนา) มันจึงเป็นไปไม่ได้ ก็เพราะมันไม่ใช่ของกู จึงไม่ต้องไปพยายามดับมัน ไม่ต้องไปพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้น ยอมรับและรู้ตามความเป็นจริงว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง และอย่าไปปรุงแต่งต่อ แล้วมันก็จะดับไป
เห็นดั่งนี้อยู่เสมอๆ จนเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย
ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง
รูปไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง
เสียงไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง
กลิ่นไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง
รสไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง
กายสัมผัสไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จึงไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง