ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม

ปฏิจจสมุปบาท และ นิพพาน

(บาลี ม.ม. ๑๓/๔๖๑/๕๐๙  แก่โพธิราชกุมาร)

จากหนังสือ "พุทธประวัติจากพระโอษฐ์"   หน้าที่ ๑๙๐

แปลโดย

ท่านพุทธทาส

--------------

         ราชกุมาร !   ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า   

ธรรมที่เราบรรลุแล้วนี้เป็นธรรมอันลึก   สัตว์อื่นเห็นได้ยาก   ยากที่สัตว์อื่นจะรู้ตาม,

เป็นธรรมระงับและประณีตไม่เป็นวิสัยที่จะหยั่งลงง่ายๆแห่งความตรึก   

เป็นของละเอียด   เป็นวิสัยรู้ได้เฉพาะบัณฑิต,   

ก็สัตว์เหล่านี้ มีอาลัยเป็นที่ยินดี   ยินดีแล้วในอาลัย   เพลิดเพลินแล้วในอาลัย,      

สําหรับสัตว์ผู้มีอาลัยแล้วเป็นที่ยินดี ยินดีเพลิดเพลินในอาลัยนั้น.

ยากนักที่จะเห็นปฏิจจสมุปบาท(คือมีอาลัย)อันมีสิ่งนี้เป็นปัจจัย,

ยากนักที่จะเห็นธรรม(อัน)เป็นที่สงบระงับแห่งสังขารทั้งปวง(นี้),

คือธรรมอันถอนอุปธิทั้งสิ้น  ความสิ้นตัณหา ความคลายกําหนัด   ความดับไม่เหลือ

และนิพพาน.

หากเราพึงแสดงธรรมแล้ว สัตว์อื่นไม่พึงรู้ทั่วถึง(ไม่เข้าใจ)   

ข้อนั้นจักเป็นการเหนื่อยเปล่าแก่เรา.

         โอ,   ราชกุมาร !  คาถาอันอัศจรรย์เหล่านี้

ที่เราไม่เคยฟังมาแต่ก่อน   ได้ปรากฎแจ่มแจ้งแก่เราว่า

         "กาลนี้   ไม่ควรประกาศธรรมที่เราบรรลุได้แล้วโดยยาก.

ธรรมนี้สัตว์ที่ถูกราคะโทสะรวบรัดแล้ว   ไม่รู้ได้โดยง่ายเลย.

สัตว์ที่กําหนัดด้วยราคะ   ถูกกลุ่มมืดห่อหุ้มแล้ว   จักไม่เห็นธรรมอันให้ถึงที่ทวนกระแส

อันเป็นธรรมละเอียดลึกซึ้งเห็นได้ยากเป็นอณู."  ดังนี้.

         ราชกุมาร !  เมื่อเราพิจารณาเห็นดังนี้,   จิตก็น้อมไปเพื่อความขวนขวายน้อย

ไม่น้อมไปเพื่อแสดงธรรม.

บาลี ม.ม. ๑๓/๔๖๑/๕๐๙. ตรัสแก่โพธิราชกุมาร

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

 

hit counter

นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย