ความแตกต่างของเวทนา  กับสังขารขันธ์

เวทนา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีจากการผัสสะ ของอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน เป็นสุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขเวทนา

สังขารขันธ์ สภาพที่ปรุงแต่งใจ ให้เกิดการกระทำดี ชั่ว ต่างๆทาง กาย วาจา ใจ    หรืออาการของจิต ที่ยังให้เกิดผล(สัญเจตนา)ของการกระทำทาง กาย วาจา ใจ  ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังสังขารขันธ์อื่นๆอีกก็ได้ หรือจะเรียกว่าอารมณ์ ที่หมายถึง เป็นความรู้สึกหรือความเป็นไปแห่งจิตใจในขณะหรือช่วงเวลาหนึ่งๆ

 

ตา  รูป     เป็นปัจจัย จึงมี จักขุวิญญาณ     เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ anired02_next.gif สัญญา(จำได้)     เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา ย่อมต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

เช่น ตา กระทบ รูปของบุคคลที่เราเกลียดหรือกลัว  จักขุวิญญาณย่อมเกิด และสัญญาย่อมจำได้หมายรู้ในรูปนั้นเอง  จึงย่อมเกิดทุกขเวทนา (ไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ ไม่สบายใจ )จากการกาะทบกับรูปนั้น (ซึ่งมันเกิดขึ้นและเป็นไปโดยธรรม หรือธรรมชาติ บังคับบัญชามันไม่ได้ เพราะเวทนาไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา นั่นเอง)

ทุกขเวทนา นั้นเป็นความรู้สึกเป็นทุกข์คือ เป็นทุกข์ หรือไม่สบายใจ หรือไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ ที่เกิดขี้นต่อรูปนั้นโดยตรง

 

ส่วนสังขารขันธ์นั้น  สภาพของใจ หรืออาการของจิต ดังนั้นจึงเกิดอารมณ์หรือสภาพของใจต่างๆ ที่มีผลต่อเนื่องต่อสังขารขันธ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อๆไป

ตา  รูป(อาหาร)     เป็นปัจจัย จึงมี จักขุวิญญาณ     เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ    เป็นปัจจัย จึงมี สัญญา(จำได้)     เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา     เป็นปัจจัย จึงมี สัญญา(หมายรู้)     เป็นปัจจัย จึงมี สังขารขันธ์ [--> สัญเจตนา -->ทางกายเรียกว่ากายสังขาร  ทางวาจาเรียกว่าวจีสังขาร ทางใจเรียกว่ามโนสังขาร(จิตสังขาร,จิตตสังขาร)]

เมื่อเวทนาเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเกิดสัญญา(หมายรู้หรือประมวลผล) ถ้าเป็นอกุศลสัญญา ก็ย่อมเกิดอกุศลสังขารเช่น โทสะเกิดขึ้น  หมายถึงมีอารมณ์โกรธขึ้น  ซึ่งย่อมส่งผลต่อความสังขารขันธ์ต่อๆไปได้อีก

ใจ  ธรรมารมณ์     เป็นปัจจัย จึงมี มโนวิญญาณ     เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ    เป็นปัจจัย จึงมี สัญญา(จำได้)     เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา     เป็นปัจจัย จึงมี สัญญา     เป็นปัจจัย จึงมี สังขารขันธ์ [--> สัญเจตนา --> กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม]

 

การเกิดของ เวทนา

 

กลับหน้าเดิม