อุปาทาน
อุปาทาน ความยึดมั่น ความถือมั่นด้วยอำนาจกิเลสของตน จึงเกิดเจตนาความจงใจหรือคิดอ่านต่างๆให้กระทำในสิ่งต่างๆทั้งทางกาย วาจา ใจ(กายกรรม,วจีกรรม,มโนกรรม) เป็นไปตามความยึดมั่นถือมั่นของตน
ท่านแบ่งออกเป็น ๔
๑. กามุปาทาน ความยึดมั่น ถือมั่นตามอำนาจกิเลสตนในกามทั้ง ๕ คือใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
๒. ทิฏฐุปาทาน ความยึดมันถือมั่นในความทิฏฐิ ความเชื่อ,ความเข้าใจ,ความเห็นของตน จึงถือมั่นหมายมั่นในความคิดความเห็นของตนเป็นสำคัญอย่างงมงาย ไม่ว่าจะถูกหรือจะผิด
๓. สีลัพพตุปาทาน ความถือมั่นในศีลและพรตข้อปฏิบัติ อย่างงมงายด้วยความเข้าใจผิดๆ เช่น คิดว่าพ้นทุกข์ต่างๆที่รุมเร้าด้วยศีลและพรตแต่ฝ่ายเดียว
๔. อัตตวาทุปาทาน ความถือมั่นวาทะว่าตน ยึดมั่นในวาทะคำพูดจาต่างๆ ที่เพื่อการสื่อสารกัน แต่ไปคิดเห็นเป็นไปตามนั้นจริงๆว่าเป็นตน หรือของตน
เมื่อมีตัณหาเกิดขึ้น จึงย่อมมีอุปาทานเกิดขึ้นตามมา เป็นไปตามหลักธรรมปฏิจจสมุปบาท เพราะตัณหาเป็นเหตุจึงเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทานขึ้น กล่าวคือตัณหาความทะยานอยาก ความใคร่ ความปรารถนา เป็นอาการหนึ่งของจิต คือสังขารขันธ์หรืออารมณ์อย่างหนึ่งนั่นเอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไปปรุงแต่งจิตให้เกิดเจตนาความคิดอ่านคืออุปาทานนั่นเอง ให้เกิดการกระทำต่างๆตามอำนาจของอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นด้วยอำนาจกิเลสตน