อาสวะ

อาสวะ กิเลสที่หมักหมมหรือดองนอนเนื่องอยู่ในสันดาน ไหลซึมซ่านไปย้อมจิตเมื่อประสบอารมณ์ต่างๆ เช่น รูป เสียง กลิ่น ฯ. และมักเรียกรวมกันไปว่า อาสวะกิเลส  เป็นกิเลสที่เกิดขึ้นจากความสุขความทุกข์ต่างๆที่ประสบแต่อดีตนั่นเอง คือเคยเกิด เคยเป็น  ที่ย่อมเกิดผลข้างเคียงขึ้น คือการเก็บจำสุขทุกข์เหล่านั้นไว้ได้นั่นเอง  จึงจัดเป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่ประกอบด้วยกิเลสได้  ดังเช่น อาสวะกิเลสต่างๆที่เกิดต่อจาก ชาติ ชรา-มรณะ ในปฏิจจสมุปบาท อันมี โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ซึ่งจะซึมซ่านขึ้นมาย้อมจิตร่วมกับอวิชา ทำให้เกิดสังขาร จึงเป็นอกุศลสังขาร

๑. โสกะ หมายถึง ความโศก ความทุกข์โศก ความเศร้า ความเดือดร้อนใจ ความเสียใจ ความอาลัยอาวรณ์ ของบุคคลผู้ประสบความพิบัติหรือทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งนี้ คือ ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งนี้กระทบแล้ว 

๒. ปริเทวะ หมายถึง ความคร่ำครวญ ความร่ำไรรำพัน ความรำพันด้วยความเสียใจ ความบ่นเพ้อ ถึงสุขหรือทุกข์แต่อดีต ของบุคคลผู้ประสบความพิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ คือ ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบแล้ว

๓. ทุกข์ (กาย) หมายถึง ความทุกข์ทางกาย ความไม่สำราญทางกาย การเจ็บป่วย ความเสวยอารมณ์ อันไม่ดีที่เป็นทุกข์เกิดแต่ กายสัมผัส ของบุคคลผู้ประสบความพิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ กล่าวคือ ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งนี้กระทบแล้ว

๔. โทมนัส (ทุกข์ใจ) หมายถึง ความทุกข์ใจ ทุกข์ทางจิต ความไม่สำราญทางจิต ความหดหู่ใจ ความแห้งใจ ความเสวยอารมณ์อันไม่ดีที่เป็นทุกข์เกิดแต่ มโนสัมผัส (การสัมผัสทางใจ เช่นความคิดนึกต่างๆ) ของบุคคลผู้ประสบความพิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ คือ ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งนี้กระทบแล้ว

๕. อุปายาส หมายถึง ความแค้น ความคับแค้น ความขุ่นข้อง ของบุคคลผู้ประสบความพิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ คือ ทุกข์ อย่างใดอย่างหนึ่งนี้กระทบแล้ว