หลักธรรมที่หลวงปู่ใช้พิจารณาคือ "สัพเพสังขารา สัพพะสัญญา อนัตตา" ซึ่งมีคําขยายความในหนังสือหน้า๔๔ ดังนี้ "เมื่อสังขารขันธ์ดับไปแล้ว ความเป็นตัวตนจักไม่มี เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง ครั้นเมื่อความปรุงแต่งขาดไป สภาพแห่งการเป็นตัวตนไม่มี ความทุกข์จะเกิดขึ้นแก่ใครได้อย่างไร"   (น.๔๓)

webmaster - เป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบาทและขันธ์๕ คือเมื่อเกิดเวทนาแล้ว ย่อมต้องเกิดสังขารขันธ์อันเป็นผลออกมาในที่สุด  แล้วเมื่อไม่มีการคิดปรุงแต่งเกิดขึ้นอีก จึงยังให้ไม่เกิดเวทนาอันเป็นปัจจัยให้ไม่เกิดตัณหาอันซึ่งย่อมเป็นผลให้อุปาทานหรือความเป็นตัวตนเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน อันเป็นไปตามกระบวนธรรมปฏิจจสมุปบาทนั่นเอง  จึงไม่อาจจะเกิดอุปาทานหรือความเป็นตัวตนหรือความเป็นตัวกูของกูขึ้นได้ เพราะการขาดเสียซึ่งความคิดปรุงแต่งนั่นเอง  ดังนั้นความเป็นตัวตนจักไม่มี คือไม่มีความเป็นตัวกู,ของกูหรือตัวตนของอุปาทานนั่นเอง "เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง" คือไม่คิดนึกปรุงแต่งนั่นแล  ตัวตนอุปาทานจึงไม่เกิดหรือต้องดับไป  ทุกข์จึงย่อมบังเกิดขึ้นไม่ได้