|
|
ผลของจิตมีตัณหา จากการปรุงแต่งเวทนา |
เป็นอุปาทานขันธ์๕ อันเป็นทุกข์ |
|
กล่าวคือ ผลที่เกิดขึ้นหรือได้รับอันเป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบันธรรม คือ เมื่อจิตมีตัณหาเกิดขึ้นต่อจากเวทนา(ความรู้สึกสุข,ทุกข์ ฯ.ที่ย่อมเกิดขึ้นจากการกระทบคือผัสสะ เป็นธรรมดา) ย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดอุปาทาน จึงเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดผล อันคือทุกข์อุปาทานขึ้นโดยธรรม ในองค์ธรรม ชาติ และ ชรา อันต่างล้วนประกอบไปด้วยความยึดมั่นด้วยกิเลส(อุปาทาน)เพื่อความพึงพอใจของตัวตน จึงเป็นความทุกข์ที่แสนเร่าร้อน เผาลน กระวนกระวายขึ้น อีกทั้งย่อมต้องประกอบด้วยความวนเวียนปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา(จิตดำเนินวนเวียนอยู่ในองค์ธรรมชรา) จึงเป็นทุกข์ที่แสนยาวนาน จึงไม่ใช่ทุกข์ธรรมชาติหรือทุกขอริยสัจหรือทุกขเวทนาที่ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดาๆอีกต่อไป อันเป็นการดำเนินเกิดขึ้นและเป็นไปตามวงจรของการเกิดขึ้นแห่งความทุกข์ ปฏิจจสมุปบาท นั่นเอง
|
ภาพขยายในชรา ล้วนเป็นอุปาทานขันธ์ ๕ อันเป็นทุกข์ เพราะเกิดจากสังขารูปาทานขันธ์ในชาติ อันถูกครอบงําโดยอุปาทานแล้ว |